• banner

ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง

ชื่อผู้เขียน: รศ. พญ. สุพัตรา แสงรุจิ

อดีตแพทย์รังสีรักษา โรงพยาบาลศิริราช

โทร./Line ID: 081-821-3136

cancer-cells-1

โรคมะเร็ง

  • เป็นโรคของผู้ป่วยที่มีภูมิต้านมะเร็งบกพร่อง
  • เป็นโรคของผู้สูงอายุ
  • เป็นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
  • เป็นในเด็กได้ประมาณ 4 - 5 % ของมะเร็งทั้งหมด
  • เป็นได้ทั้งหญิงและชาย
  • เป็นได้ทุกเชื้อชาติ ศาสนา
  • เป็นได้ทุกชั้น วรรณะ ไม่เลือกมั่งมี ยากจน
  • เป็นได้ทุกอวัยวะ ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ยกเว้น ขน ผม เล็บ
  • อัตราการเกิดโรคมะเร็งแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
  • อาการโรคมะเร็งแตกต่างกันไป ตามตำแหน่งของอวัยวะที่เกิดโรค

วิธีการรักษาโรคมะเร็งทางการแพทย์แผนปัจจุบัน

  • การผ่าตัด
  • การฉายรังสีรักษา
  • การใช้ยารักษามะเร็ง
  • การใช้ชีวะบำบัด (ยามุ่งเป้า / ยีน ยับยั้งบำบัด)
  • การใช้คลื่นความร้อน
  • การใช้คลื่นความเย็น

สาเหตุที่ทำให้ภูมิต้านมะเร็งบกพร่อง

  • เครียด
  • นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • อายุมาก ส่งผลให้เกิด ต่อมธัยมัสฝ่อ / ฟันไม่ดี / รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ / ระบบขับถ่ายไม่ปกติ มีของเสียหมักหมม
  • ขาดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยเพิ่มภูมิต้านมะเร็ง
  • รับประทานอาหารและน้ำดื่ม ที่ปนเปื้อนสารก่อกลายพันธุ์และเชื้อโรค
  • ไม่ละเว้นพฤติกรรมเสี่ยง เช่น กินเหล้า สูบบุหรี่
  • เข้าไปอยู่ในสถานที่อากาศไม่บริสุทธิ์ อับชื้น อากาศถ่ายเทไม่ดี

การรักษา

อาจจะใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน ขึ้นอยู่กับ

  • อายุผู้ป่วย
  • ตำแหน่งก้อนมะเร็ง
  • ขนาดก้อนมะเร็ง
  • ระยะของโรคมะเร็ง
  • สภาพร่างกายทั่วไปของผู้ป่วย
  • สภาพเศรษฐกิจ ฐานะของผู้ป่วย

ขั้นตอนของการรักษา

จะใช้วิธีใดก่อนหรือหลังขึ้นอยู่กับสภาพของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย

จุดประสงค์ของการรักษาโรคมะเร็ง

  • รักษาเพื่อให้โรคหายขาด
  • รักษาเพื่อบรรเทาอาการ เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นพอสมควรในช่วงเวลาที่ยังคงมีชีวิตอยู่

people-holding-different-ribbons53876-59852

การรักษาเพื่อบรรเทาอาการ ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

  • ลดอาการเจ็บปวด
  • ลดอาการเลือดออกมาก
  • ลดอาการก้อนมะเร็งกดทับ หรือ กดรัด
  • ลดอาการก้อนมะเร็งอุดตันอวัยวะ

การรักษาเพื่อให้โรคหายขาด ผลที่ได้

  • ผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งจะหายขาดตลอดไป
  • ผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่งหายขาดชั่วคราว แล้วมีอาการ

  • - เกิดโรคมะเร็งซ้ำใหม่ที่เดิม

    - เกิดโรคมะเร็งกระจายไกลไปอวัยวะอื่น

    - เกิดโรคมะเร็งซ้ำใหม่ที่เดิม และ ที่กระจายไกล

  • มีผู้ป่วยบางราย เกิดเป็น มะเร็งชนิดใหม่ที่ตำแหน่งใหม่

ผลการรักษาโดยรวมสำหรับมะเร็งทุกอวัยวะและทุกระยะโรคมะเร็งรักษาหายเสียชีวิต
ประเทศพัฒนา 60 %40 %
ประเทศกำลังพัฒนา50 %50 %
ประเทศด้อยพัฒนา 40 %60 %

แพทย์ผู้รักษา ตั้งใจให้การรักษาเต็มที่ แต่...

  • ไม่สามารถรับประกันได้ว่า โรคมะเร็งที่เป็นนั้นจะหายขาด 100 %
  • หลังรักษาเสร็จแล้วผู้ป่วยต้องมารับการตรวจติดตามผลการรักษาตามนัด เพื่อตรวจดูว่าโรคมะเร็งหายขาดจริง หรือ หายชั่วคราว แล้วเกิดโรคเป็นซ้ำใหม่ที่เดิม และ/หรือโรคมะเร็งกระจายไกล เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ผู้ป่วยมะเร็งไม่ได้เสียชีวิตโดยตรงจากโรคมะเร็ง แต่เสียชีวิตโดยอ้อมจากอวัยวะสำคัญเสื่อมหน้าที่ หาก “ภูมิต้านทาน มะเร็ง” ของผู้ป่วยมะเร็งเข้มแข็ง ทำหน้าที่กำจัด เซลล์มะเร็งในร่างกายของผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เซลล์มะเร็งตายไปเรื่อยๆ และไม่สามารถแบ่งตัวเพิ่มประชากรมะเร็งต่อไปได้ ทำให้ผู้ป่วยรายนั้นๆ สามารถมีชีวิตอยู่ร่วมกับมะเร็งได้ยาวนานนับสิบปี

โรคมะเร็ง

  • เกิดจากเซลล์ในร่างกายของเรากลายพันธุ์
  • อาจจะกลายพันธุ์มาแต่กำเนิด ได้รับความผิดปกติมาจากพ่อแม่
  • หรือเกิดการกลายพันธุ์ ภายหลังจากการเร้า กระตุ้น จากสิ่งที่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ เช่น สารเคมีบางชนิด บุหรี่ เหล้า เชื้อโรค Virus, Bacteria, Parasite - รังสีชนิด Non – ionizing radiation เช่น KVB / ชนิด Ionizing radiation เช่น X-ray, Gamma ray

เชื้อโรคที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง

เชื้อไวรัสทำให้เกิดโรค
Hepatitis BC.มะเร็งตับ
Epstein – Barrมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
Human papillomaมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก
Human immunodeficiencyคาโปสิซาร์โคม่า
เชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดโรค
Helicobacter Pyloriมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลืองใน กระเพาะอาหาร
เชื้อพยาธิ ทำให้เกิดโรค
Schistosomeมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
Liver Flukeมะเร็งท่อน้ำดี

สารก่อกลายพันธุ์รวมทั้งเชื้อโรคและรังสี

  • ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร น้ำ และอากาศ
  •  เข้าสู่ร่างกายของเราได้ทางปาก การหายใจ การสัมผัส

ขบวนการเชิงซ้อนของการเกิดโรคมะเร็ง

สาเหตุการเกิดโรค
Virus

ฝาก Chromosome ของมันไว้ใน Nucleus ของเราทำให้เกิด

Chromosome เกิน (Amplification Chromosome)

รังสีความถี่สูง เช่น X–ray, Gamma ray

ทำให้เกิด Chromosome ขาด / เกิด Chromosome เปลี่ยนแขนกัน (Translocation Chromosome)

หรือ Chromosome บางส่วนหายไป (Deletion Chromosome) หรือ เกิดผิดปกติจุดเล็กๆ เรียก Point Mutation

สารเคมี

กระตุ้น Chromosome ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ (Free Radical) ทำปฏิกิริยากับ Oxygen เกิดปฏิกิริยา Oxidation

ทำให้ Chromosome กลายพันธุ์ แต่ Cell ของเรามี Repair gene มาตัดต่อซ่อมแซมเป็นปกติได้ก็จะไม่กลายพันธุ์

หากซ่อมแซมไม่ได้หรือซ่อมแซมไม่ทัน จะเกิด Chromosome กลายพันธุ์ถาวร กลายเป็นต้นกำเนิด Cell มะเร็ง

ที่จะแบ่งตัวต่อไปเป็นก้อนมะเร็งโตขึ้นเรื่อยๆ และกระจายไกล

ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตำแหน่งสำคัญใน Chromosome 3 ตำแหน่ง ทำให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็ง คือ ผิดปกติ ที่...

  • Proto-oncogene มีหน้าที่สั่งสร้าง Chromosome ไม่หยุด ทำให้ก้อนมะเร็งโตขึ้นเรื่อยๆ
  • Suppressor gene มีหน้าที่สั่งหยุดสร้าง Chromosome แต่ผิดปกติเลยไม่สั่งหยุด ทำให้เซลล์แบ่งตัวไปเรื่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ
  • Repaired gene มีหน้าที่สั่งซ่อม Chromosome ที่ผิดปกติ หากไม่สั่งซ่อมจะทำให้เซลล์กลายพันธุ์อย่างเร็ว กลายเป็นมะเร็ง

ลักษณะการกระจายไกลของเซลล์มะเร็ง 

  • รุกรานกว้างไกลในแนว 3 มิติ
  • ไหลไปตามหลอดน้ำเหลือง
  • ไหลไปตามหลอดเลือด
  • หลุดไปอยู่ใน ช่องปอด หรือ ช่องท้อง

ช่วงชีวิตของคนเรา ตั้งแต่เกิดจนตาย Chromosome ของเซลล์ในร่างกายของเรามีโอกาสเกิดเป็น Free radical chromosome นับครั้งไม่ถ้วน แต่ได้รับการแก้ไขซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว จาก Repair gene จนกลับมาเป็นปกติ หรือ หากซ่อมไม่ได้หรือซ่อมไม่ทันก็จะเกิดเป็น Chromosome กลายพันธุ์ถาวรเปลี่ยนเป็นเซลล์ มะเร็งได้ นับครั้งไม่ถ้วน

* แต่ * ทำไมมีเพียงบางคนเท่านั้นที่เป็น โรคมะเร็ง !!! เพราะกระบวนการเชิงซ้อนของการเกิดมะเร็ง เริ่มจาก

2021-05-19195856

เมื่อรักษามะเร็งเสร็จ ด้วยวิธีการที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

  • มิได้หมายความว่า เซลล์มะเร็งจะถูกกำจัดไปได้หมด 100 %
  • จะยังมีเซลล์มะเร็งบางส่วนเหลืออยู่ ซึ่งจะต้องถูกกำจัดต่อไปด้วยภูมิต้านมะเร็งในร่างกายของเรา
  • หากภูมิต้านมะเร็งของเราบกพร่องตลอดเวลาหลังการรักษาหลัก โอกาสเกิดโรคมะเร็งซ้ำใหม่ที่เดิม และ/หรือ โรคมะเร็งกระจายไกลเกิดได้สูง

เซลล์ภูมิต้านทาน มะเร็ง ในร่างกายของเรา มีเซลล์หลักอยู่ 3 ตัว คือ

  1. Macrophage เซลล์เขมือบมะเร็ง
  2. Natural Killer cell เซลล์เพชฌฆาตตัวใหญ่
  3. Cytotoxic T cell เซลล์เพชฌฆาตตัวเล็ก

และมีตัวช่วยสำคัญอีก 2 ตัว คือ

  • Lymphocyte
  • B Lymphocyte

เมื่อ Macrophage เห็นเซลล์มะเร็งมันรู้ว่าเป็นเซลล์ผิดปกติ มันจะเข้าไป Attack และตัดชิ้นส่วนที่แสดงตัวตนของมะเร็งออกมาโชว์ (MHC class) กระตุ้นให้ T-Lymphocyte หลั่งสารไปกระตุ้น B–Lymphocyte กลายเป็น Plasma cell หลั่ง Antibody ไปจับกับ Antigen ที่ผนังของเซลล์มะเร็ง เกิดเป็น Antigen–Antibody complex เป็นเป้าสำคัญให้เม็ดเลือด NK cell และ Cytotoxic T cell เข้าไปต่อสู้ศัตรูได้เร็วขึ้น


[[POS3]]

ประวัติผู้เขียน

1883668263417751140461435032194076706179687n

รศ. พญ. สุพัตรา แสงรุจิ

พ.บ., MSc. (University of London, UK)

รองศาสตราจารย์ในสาขาวิชารังสีรักษา ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขารังสีวิทยา

วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขารังสีรักษาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์

  • Certificate in Medical Oncology, European School of Oncology, Milan, Italy
  • Certificate in Clinical Cancer Chemotherapy, UICC/Tata Memorial Center, Bombay, India
  • Certificate in Breast Cancer, Guy's Hospital, London, UK
  • Certificate in Gynaecological Cancer, Royal Marsden Hospital, London, UK
  • Fellowship in Radiological Science, National Institute of Radiological Science, Chiba, Japan
  • Certificate in Care of the Terminally illed, St. Christopher Hospice, London, UK
  • Certificate in Palliative Care, Daw House Hospital, Adelaide, Australia